วิธีใช้งานเว็บ

เนื่องจากเว็บไซต์ UBMTA ใช้ระบบจัดการเนื้อหาชื่อ Drupal ซึ่งเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง แต่ก็มีความซับซ้อนซึ่งอาจจะทำให้ผู้ใช้งานที่อาจจะคุ้นเคยกับระบบเว็บบอร์ดแบบเดิมไม่สะดวกในการใช้งานได้

ทางผู้ดูแลเว็บไซต์ UBMTA จึงจัดทำเอกสารนี้ขึ้นเพื่อช่วยเหลือ และเป็นแนวทางในการร่วมกันสร้างเนื้อหาในเว็บไซต์ UBMTA นี้ต่อไป

ประเภทของเนื้อหา

เนื้อหาในเว็บไซต์ UBMTA ที่อนุญาตให้สมาชิกสร้างได้ในขณะนี้แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ blog entry และ forum topic

ส่วนที่ทำให้ blog entry ต่างจาก forum topic หลักๆ คือ ใน blog entry จะสามารถกำหนด tag เพื่อช่วยในการแบ่งหมวดหมู่เรื่องได้อย่างอิสระ ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นกว่า forum topic ที่จะถูกกำหนด tag ตาม forum ที่เลือกไว้เท่านั้นได้เพียงค่าเดียว

การตั้งชื่อเรื่อง

กรอกข้อความชื่อเรื่องในช่อง Title ข้อความที่ใช้ตั้งเป็นชื่อเรื่องควรสื่อความหมายให้เข้าใจได้ง่ายๆ ถึงภาพรวมของเรื่อง

หลีกเลี่ยงการใช้ข้อความในลักษณะตีหัวเข้าบ้าน เช่น “ช่วยด้วย”, “สอบถามเส้นทาง”, “ถามหน่อย”, “เรื่องของ…”, ฯลฯ

ตัวอย่างข้อความที่น่าใช้เป็นชื่อเรื่อง เช่น “ช่วยด้วย กระเป๋าหายบนรถสาย x วันที่ y แถวๆ z”, “เบื่อสาย x ขับรถแย่ๆ”, “พนักงาน x ประจำสาย y บริการดี”, “ถามการเดินทางจาก…ไปยัง…”, “สิบวันกับรถเที่ยวแรกสาย x” เป็นต้น

การตั้งชื่อ tag

Tag ถือเป็นสิ่งที่ทำให้ blog มีความแตกต่างจากกระดานสนทนา เพราะรูปแบบของเว็บไซต์ที่เป็นกระดานสนทนาส่วนใหญ่ จะมีความยุ่งยากในเรื่องของโครงสร้างของเว็บไซต์ที่ไม่ค่อยจะพบเห็นหน้ากลางสำหรับรวม topic จากทุกกระดาน ผู้ใช้งานจะต้องระลึกตัวเองเสมอว่าจะเขียนหรือตอบอะไรที่กระดานไหน ทำให้เกิดปัญหานอกเรื่อง (จากกระดานสนทนา) กันบ่อย

เมื่อเปลี่ยนมาใช้ tag ทำให้ผู้เขียน สามารถกำหนดหมวดหมู่ของเนื้อหาตัวเองได้หลากหลายกว่าการจำกัดเรื่องทั้งเรื่องไว้เพียงหมวดหมู่เดียว และผู้อ่านสามารถเลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

หลักในการตั้งชื่อ tag มีดังนี้

  • พยายามใช้ชื่อ tag เดิมที่มีอยู่ก่อนจะนิยามชื่อใหม่ๆ ออกมา โดยสามารถดูชื่อ tag เดิมได้จาก Blogs Tags จะมีบาง tag ที่ขออนุญาตสงวนไว้ใช้คือ tag ชื่อ “ประกาศ” เพื่อใช้ประกาศเรื่องที่ต้องแจ้งให้ทุกท่านทราบในเว็บไซต์แห่งนี้
  • เมื่อต้องตั้งชื่อใหม่จริงๆ ให้ตั้งชื่อ tag ให้เป็นคำที่ไม่ยาวจนเกินไป ใช้วลีหรือคำนามที่สามารถอธิบายถึงสิ่งที่เขียนได้ อาจจะมีหลายๆ วลีก็ได้ เช่น เขียนข่าวการขยายเส้นทางไปสถานีขนส่งผู้โดยสารตลิ่งชันอาจมีหลายประเด็น ทำให้อาจจะมี “ขสมก.”, “ขยายเส้นทาง”, “66” บางทีอาจจะมีเหตุผลให้ชื่อ tag มีการเว้นวรรคซึ่งสามารถทำได้ (ดูวิธีการกรอกชื่อ tag)

การกรอกชื่อ tag ในช่องรายการ

  • กรอกชื่อ tag แยกกันโดยใช้เครื่องหมาย , (จุลภาค) เป็นตัวแบ่ง
  • กรณีที่ชื่อ tag มีการเว้นวรรค หรือใช้เครื่องหมายจุลภาคให้ใช้เครื่องหมาย " (อัญประกาศ) ครอบหน้าครอบหลัง เช่น "เขตการเดินรถที่ 5"
  • ระบบมีตัวช่วยเลือกชื่อ tag เดิมที่มีอยู่แล้ว (ขึ้นกับความเร็วการเชื่อมต่อของผู้ใช้) โดยเพียงกรอกข้อความอย่างน้อย 2 ตัวอักษร ระบบจะทำการหยิบ tag ในระบบที่ประกอบด้วยตัวอักษรที่ผู้ใช้กรอกให้ผู้ใช้เลือกด้านล่างช่องกรอก

อนึ่งการตั้งชื่อ Tag ไม่สามารถใช้สัญลักษณ์พิเศษใน HTML ร่วมในชื่อได้

การสร้าง Bus route

เนื่องจากตัวเส้นทางเดินรถ เป็นสิ่งที่สมาชิกเว็บบางคนได้ขอสิทธิ์ในการใช้งาน จึงน่าจะมีรูปแบบการกรอกข้อมูลเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ต่อไปนี้คือสิ่งที่ขอให้สมาชิกยึดถือปฏิบัติในการกรอกข้อมูลเส้นทางเดินรถ

  • ตั้งชื่อเส้นทางตามสัมปทาน (ถ้ามี)
  • เลือก Tag ให้ครบ
  • ใช้ Input format เป็น Markdown (สงสัยดูที่นี่)
  • ชื่อเส้นทาง (รายละเอียดเส้นทาง) ในส่วนของเที่ยวไปและเที่ยวกลับใช้หัวข้อระดับสอง โดยให้ระบุข้อความ

จากสถานที่แห่งที่หนึ่ง ไปสถานที่แห่งที่สอง

  • ระบุรายละเอียดเหตุการแก้ไขไว้ใน Log message (ถ้ามี)
  • ถ้าการแก้ไขเส้นทางเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ (แก้คำผิด, แก้ตามคำทักท้วงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของการสะกดคำหรือลำดับจุดผ่าน, เพิ่ม Tag) ในส่วนของ Publishing options ให้เลือกไม่ต้อง Create new revision แต่หากเป็นกรณีอื่นที่มีผลกระทบต่อเส้นทาง (เช่น การปรับสัมปทานเดินรถ, เปลี่ยน Tag ที่มีสาระสำคัญในตัวเส้นทาง) ให้เลือก Create new revision ด้วย พร้อมทั้งระบุเหตุผลการปรับสัมปทาน (เช่น มาจากมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ครั้งที่ x/yyyy)

การกรอกเนื้อหา

การกรอกเนื้อหาในช่อง Body ผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบการกรอกข้อมูล (จากส่วนของ Input format ที่อยู่ด้านล่างของ Body) ได้ 2 แบบคือแบบใช้ HTML หรือแบบ Markdown

Drupal - Create content

การกรอกเนื้อหาด้วยรูปแบบ HTML

กรอกเนื้อหาในช่อง Body โดยรูปแบบข้อความที่กรอกได้เป็นภาษา HTML ซึ่งสามารถใช้ HTML Tag พื้นฐานได้ (อ่านรายละเอียดใน Input format ด้านล่างของช่อง Body)

นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถกรอกสัญลักษณ์ HTML พิเศษ เช่น

  • − (−)
  • × (×)
  • ÷ (÷)
  • ± (±)
  • < (&lt;)
  • ≤ (&le;)
  • > (&gt;)
  • ≥ (&ge;)
  • ≠ (&ne;)
  • & (&amp;)
  • " (&quot;)
  • “ (&ldquo;)
  • ” (&rdquo;)
  • ' (&apos;)
  • ‘ (&lsquo;)
  • ’ (&rsquo;)
  • … (&hellip;)
  • – (&ndash;)
  • — (&mdash;)
  • ← (&larr;)
  • ↑ (&uarr;)
  • → (&rarr;)
  • ↓ (&darr;)
  • ↔ (&harr;)
  • ↵ (&crarr;)
  • ⇐ (&lArr;)
  • ⇑ (&uArr;)
  • ⇒ (&rArr;)
  • ⇓ (&dArr;)
  • ⇔ (&hArr;)
  • © (&copy;)
  • ® (&reg;)
  • ™ (&trade;)
  • ¶ (&para;)
  • ∴ (&there4;)
  • · (&middot;)

ได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน XHTML 1.1

การสร้างลิงก์ประกอบเนื้อหาในเว็บไซต์ ให้ยึดรูปแบบต่อไปนี้
<a href="URL ที่หมายปลายทาง" title="ข้อความอธิบายสำหรับระบบเว็บผู้พิการ">ข้อความบรรยายใดๆ</a>

การสร้างลำดับหัวข้อ ให้ยึดรูปแบบต่อไปนี้
สำหรับลำดับแบบ Bullet
<ul>
<li>ข้อความ</li>
<li>ข้อความ</li>
<li>ข้อความ</li>
</ul>

สำหรับลำดับแบบตัวเลข
<ol>
<li>ข้อความ</li>
<li>ข้อความ</li>
<li>ข้อความ</li>
</ol>

ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้ปรับแต่ง Attribute ได้ตามสมควร

เมื่อกรอกเนื้อหาเสร็จแล้ว ถ้าต้องการแบ่งส่วนการนำเสนอข้อความในหน้าแรกของเว็บไซต์ (กรณีสร้าง Blog entry) ให้ใส่ <!--break--> ลงเพียง 1 ครั้งในบริเวณที่ต้องการจะแบ่งส่วนของข้อความ ถ้าใส่ตอนท้ายสุดหมายถึงการให้ข้อความทั้งหมดถูกแสดงในหน้าแรกของเว็บไซต์ ถ้าไม่มีการใส่ ตัวระบบจะทำการตัดสินใจแบ่งข้อความแสดงบนหน้าแรกของเว็บไซต์เอง (ดูได้จาก Preview trimmed version)

กด Preview ดูผลลัพธ์จนเมื่อเป็นที่พอใจจึงกด Submit เพื่อส่งข้อความเข้าสู่ระบบ

การกรอกเนื้อหาด้วยรูปแบบ Markdown

กรอกเนื้อหาในช่อง Body โดยรูปแบบข้อความที่กรอกได้เป็นไวยากรณ์แบบ Markdown ซึ่งสามารถใช้ HTML Tag พื้นฐานได้ (อ่านรายละเอียดใน Input format ด้านล่างของช่อง Body) รวมถึงไวยากรณ์พิเศษของ Markdown เอง

การใช้ Markdown สามารถทำให้ผู้กรอกข้อมูล มีอิสระมากขึ้นในการจัดรูปแบบเช่นการสร้างตาราง การแทรกรูปภาพ การจัดขนาด, การแสดงผลของตัวอักษรตามสมควร

เมื่อกรอกเนื้อหาเสร็จแล้ว ถ้าต้องการแบ่งส่วนการนำเสนอข้อความในหน้าแรกของเว็บไซต์ (กรณีสร้าง Blog entry) ให้ใส่ <!--break--> ลงเพียง 1 ครั้งในบริเวณที่ต้องการจะแบ่งส่วนของข้อความ ถ้าใส่ตอนท้ายสุดหมายถึงการให้ข้อความทั้งหมดถูกแสดงในหน้าแรกของเว็บไซต์ ถ้าไม่มีการใส่ ตัวระบบจะทำการตัดสินใจแบ่งข้อความแสดงบนหน้าแรกของเว็บไซต์เอง (ดูได้จาก Preview trimmed version)

กด Preview ดูผลลัพธ์จนเมื่อเป็นที่พอใจจึงกด Submit เพื่อส่งข้อความเข้าสู่ระบบ

นโยบายต่อผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ UBMTA ประกอบไปด้วย 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มมนุษย์และกลุ่มอมนุษย์

กลุ่มมนุษย์ คือผู้ใช้งานทั่วๆ ไปที่เป็นมนุษย์ อ่านหน้าเว็บผ่านทางหน้าบราวเซอร์หรือผ่านทาง RSS เมื่อยังไม่ได้ทำการเข้าสู่ระบบจะมีสถานะเป็นผู้เยี่ยมชม จะถูกจำกัดสิทธิ์หลายอย่าง เช่น อ่านเนื้อหาได้อย่างเดียว, ไม่สามารถตั้งเรื่อง/เนื้อหา ในหลายๆ ส่วนของเว็บไซต์ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังต้องทำการกรอกค่ายืนยันตัวตน (ระบบ capcha) ด้วยในการแสดงความคิดเห็นหรือสร้างเนื้อหา การแสดงความคิดเห็นในเว็บไซต์ UBMTA จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ควบคุมเว็บไซต์จึงจะถูกแสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ ดังนั้นจึงไม่ควรเขียนแสดงความคิดเห็นเดิมซ้ำ เพราะอาจทำให้ผู้ควบคุมเว็บไซต์เกิดความรำคาญในการไล่ลบความคิดเห็นซ้ำที่ผู้เขียนสร้างขึ้นมาได้

กลุ่มอมนุษย์ คือผู้ใช้งานที่ไม่ได้กระทำการเข้าสู่เว็บไซต์ด้วยวิธีของกลุ่มมนุษย์ ส่วนใหญ่จะเป็น bot ของทาง search engine ต่างๆ ผู้ใช้กลุ่มนี้มักจะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเว็บนอกจากเข้ามาเก็บข้อมูลอย่างเดียว และรวมถึงอาจจะมาเก็บข้อมูลส่วนตัวบางอย่างที่ผู้ใช้เปิดเผยไว้ด้วย (ดังนั้นโปรดระวังในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในเว็บไซต์)

ข้อแนะนำอื่นๆ

ใช้บราวเซอร์อื่นๆ นอกจาก Internet Explorer เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ เนื่องจาก Internet Explorer ไม่สนับสนุนการแสดงผล (ที่ควรจะเป็น) บางอย่าง ทำให้เมื่อชมเว็บไซต์ด้วย Internet Explorer แล้วอาจจะได้เห็นข้อความบางอย่างที่ไม่ควรจะเห็น เช่น &xxxx; แทนที่เครื่องหมายต่างๆ (และจริงๆ แล้ว Plug-in ของ Internet Explorer บางตัวได้รบกวนการทำงานของเว็บไซต์ด้วย)

การสร้างเนื้อหา ควรสร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน เพราะที่นี่ไม่ใช่ Blog ส่วนตัว ไม่ควรเขียนเรื่องที่เป็นส่วนตัว (หรือรู้อยู่คนเดียว) จนเกินไป

การเขียนวิจารณ์ ควรเขียนวิจารณ์ในขอบเขตพอประมาณไม่ล้ำเส้นจนเกินเหตุ บางเรื่องข้อมูลไม่ชัดไม่ควรวิจารณ์ (แต่อาจจะใช้การคาดเดาได้ แต่ต้องระบุให้ชัดว่าเป็นการคาดเดา มิใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว)

เคารพในแหล่งที่มาของข้อมูลด้วยการอ้างอิงถึงแหล่งที่มาของข้อมูลเสมอ (ถ้ามี)