ทำความเข้าใจกับตารางค่าโดยสาร

ตารางค่าโดยสาร เป็นตารางที่ออกโดยคณะกรรมการควบคุมการขนส่ง เพื่อใช้บังคับในการจัดเก็บอัตราค่าโดยสารให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมการขนส่ง (สังเกตว่าผมไม่ได้ระบุประเภทการขนส่ง)

มีครั้งหนึ่งที่ ขสมก. เคยชี้แจงว่า ตารางค่าโดยสารของรถสองสาย แม้จะมีเส้นทางในช่วงที่ทับกันก็ใช้แทนกันไม่ได้ ทำให้รถสายหนึ่งอาจคิดค่าโดยสารในช่วงเดียวกันต่างจากรถอีกสายหนึ่งก็ได้

ดังนั้นการเข้าใจตารางค่าโดยสาร จึงเป็นประโยชน์แก่ผู้โดยสารอย่างพวกเรา เพื่อไม่ให้เสียเปรียบจากการจัดเก็บค่าโดยสารซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของพนักงาน

จุด ก
A จุด ข
B C จุด ค
D E F จุด ง

จากตารางข้างบน ถ้าเราเทียบเคียงกับตารางค่าโดยสารของเรือ เราจะมองจุด ก – ง เป็นเขต หมายความว่าเวลาเราขึ้นรถให้มองหาจุดที่ใกล้ที่สุดกับตัวเราเป็นจุดตั้งต้นของการเดินทาง และขณะลงรถให้มองหาจุดที่ใกล้ที่สุดอันถัดไปกับตัวเราเป็นจุดลงรถ สมมติเริ่มเดินทางจากจุด ก แต่ไปลงป้าย จ ซึ่งอยู่ระหว่างจุด ค และ ง จะเสียค่าโดยสารเท่าไร ในกรณีให้คิดจุดลงรถเป็นจุด ง เนื่องจากจุดที่ใกล้ที่สุดอันถัดไปของป้าย จ คือจุด ง
เราก็เริ่มไล่ตารางค่าโดยสาร โดยให้ใช้จุดตัดระหว่างจุด ก และจุด ง ซึ่งจะได้ค่าโดยสารคือ D นั่นเอง

ทีนี้ก็มีคำถามอีกว่า เออแล้วที่มีประกาศว่าระยะ 0 – 8 กิโลเมตร คิด G บาท 8 – 12 กิโลเมตร คิด H บาท ฯลฯ นั่นคืออะไร จริงๆ แล้วค่าเหล่านั้นคือค่าจริงที่ควรจะเก็บ แต่มันก็ค่อนข้างจะกำกวมในการวัดระยะทาง ทำให้ค่าเหล่านี้ถูกใช้นำไปคิดเป็นตัวเลขบนตารางค่าโดยสารแทน ไม่ค่อยมีใครนำมาคิดค่าโดยสารจริงจังเท่าไร เพราะถ้าสังเกตดีๆ จากที่ผมได้ยกคำกล่าวของ ขสมก. ในข้างต้นไปแล้วว่าตารางค่าโดยสารมันเทียบเคียงกันไม่ได้ (แต่ ขสมก. ก็แอบมั่วทำอยู่บ่อยๆ) ทำให้รถหลายๆ สายจากสวนจตุจักรไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บางสายมีเพียงสามช่วงโดยสาร แต่บางสายมีถึงสี่ช่วงโดยสาร และรายละเอียดของช่วงโดยสารก็มีบางจุดที่ชวนสงสัยเช่นกัน บางสายตัดช่วงโดยสารที่จุดหนึ่ง แต่อีกสายตัดอีกจุดหนึ่ง และชื่อจุดเดียวกันแท้ๆ อาจจะหมายถึงป้ายรถคนละป้ายก็เป็นไปได้

หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านครับ

Submitted by ezybzy on Wed, 2008-07-16 21:47.
categories [ ]

เสริมให้อีกนิด
ตารางค่าโดยสารเนี่ย มันเป็นอะไรที่ไม่เหมือนค่าโดยสารรถบีทีเอส รถใต้ดิน(หรือรถเถื่อน 5555555+ ไม่ใช่ๆๆๆๆ) เพราะว่า มันไม่มีจุดจอดป้ายที่แน่นอน มีป้ายเล็กป้ายใหญ่ ป้ายใหม่ป้ายเก่า ป้ายเล็กน้อยๆ เยอะแยะ และตารางค่าโดยสารก็มีข้อจำกัดคือ ไม่สามารถยัดจุดจอดรถทุกป้ายลงไปได้ จึงกำหนดเป็นช่วงโดยสารขึ้นมาแทน

ซึ่งอย่างที่ ezy กล่าวไว้แล้วว่า ตารางของรถสองสาย เทียบกันไม่ได้ เพราะว่า รถในแต่ละสาย ไม่ได้เริ่มต้นที่จุดเดียวกัน เขาจึงนับระยะทางจากต้นทางของแต่ละสายแล้ว mark ป้ายกันเอง คราวนี้พอช่วงที่ทับกันก็มีการเหลื่อมช่วงกันอยู่ หรือป้ายระหว่างช่วง ที่ทำให้เก็บค่าโดยสารไม่ตรงกัน(เป็นการใช้ดุลพินิจในการเก็บเงินทั้งนั้นซึ่งเขาอาจจะตกลงให้เก็บเหมือนกันก็ได้)จึงเป็นปัญหาที่ชาติไหนๆก็คงแก้ไม่ได้นอกเสียจากว่าลองเสียหมาสักหน แล้วจำไว้ว่าสายไหนเก็บแพงเก็บถูก สายไหนโดนสองเด้งสามเด้ง กินห้ารอบวง (เอ้ยไม่ใช่) ก็แค่นั้น

แต่วิธีที่เป็นมาตรฐานที่เขาใช้ในการเก็บค่าโดยสารก็คือ อ้างอิงจากระยะทาง ตามช่วงดังนี้
ไม่เกิน 8 กิโลเมตรแรก เก็บอัตรา A บาท
(รถปรับอากาศยูโรทูมีการแบ่งเป็น 4 กิโลเมตรแรก เก็บอัตรา A-2 บาท และ 4-8 กิโลเมตรต่อมา เก็บอัตรา A บาท)
ตั้งแต่ 8-12 กิโลเมตร เก็บอัตรา A+2 บาท
ตั้งแต่ 12-16 กิโลเมตร เก็บอัตรา A+4 บาท
ตั้งแต่ 16-20 กิโลเมตร เก็บอัตรา A+6 บาท
ตั้งแต่ 20-24 กิโลเมตร เก็บอัตรา A+8 บาท
ตั้งแต่ 24 กิโลเมตรขึ้นไปเก็บอัตรา A+10 บาท * (อัตรานี้สำหรับยูโรทู ขสมก.ไม่จัดเก็บ)

นี่ก็คือวิธีคิดอัตราค่าโดยสารที่เขาใช้เป็นมาตรฐานครับ จับระยะทางแล้วเราก็พอจะเดาค่าโดยสารได้ครับ

ตั้งแต่ 24 กิโลเมตรขึ้นไปเก็บอัตรา A+10 บาท * (อัตรานี้สำหรับยูโรทู ขสมก.ไม่จัดเก็บ)

ได้ยินข่าวมาแว่วๆ ว่า สาย 511 ที่ไปสายใต้ใหม่(กว่า) เคยจัดเก็บราคานี้นิ่ครับ

ก็จริง ไม่รู้เลิกไปหรือยัง

แต่ที่ยังเก็บอยู่แน่ๆ คือรถที่ไปสนามบินอันแสนภาคภูมิใจของใครบางคน แถมมั่วเก็บเอากับรถเน่าอีกด้วย เก็บรถเน่าอัตรายูโรทู เก็บรถก๊าซอัตรายูโรทู แต่ก็ไม่เห็นขนส่งมันไปทำอะไรเสียที ค่าธรรมเนียน (ม) ก็ได้ โกงตารางอีกแน่ะ

ผมว่าระยะทางต่อเงินตราที่เสียไป (กม.- บาท)ยังไงก็น่าจะเท่ากันในทุกเส้นทางนะ
เช่น จากอนุสาวรีย์ ไปรังสิต (รถร้อน) จะนั่งสายอะไร กี่ต่อ ก็น่าจะ จ่ายเท่ากัน
(ที่ราคาใดราคาหนึ่ง)ก็ระยะทางเดียวกันไม่ใช่เหรอครับ
นี่มันเรื่องตั๋วต่อตั๋วร่วมหรือเปล่า?

มันควรจะเท่ากันครับ แต่ถ้ายึดว่าตารางค่าโดยสารแต่ละสายไม่เหมือนกัน มันก็อาจจะไม่เท่ากันก็ได้ขึ้นกับว่าแต่ละสายจะตัดจุดกันที่ไหน แต่กรมการขนส่งทางบกก็พยายามจะเลือกเอาป้ายใหญ่ๆ มาตัดเป็นจุดบนตารางค่าโดยสารนะครับ ซึ่งบางทีก็ได้ประโยชน์แต่บางทีก็เกิดการเสียประโยชน์เหมือนกัน

เมื่อกี้นี้นั่งรถเมล์มา ได้ยินอาซิ้มที่นั่งข้างหน้าโม้ว่า
ไปแอ่วนอกแถวยุโรปมา
ที่นั่นซื้อตั๋วเหมานั่งได้ทั้งวัน สายอะไรก็ได้ กี่ต่อก็ได้
รถเมล์อย่างเดียวก็ได้ หรือรวมรถไฟด้วยก็อีกราคาหนึ่ง
นอกจากนั้นจะเหมาเป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือนก็ได้อีก
จำได้ว่าบ้านเราก็เคยทำ ใช่ไหมครับ
แล้วเกิดอะไรขึ้นขอรับ

บ้านเราเคยทำ แต่ไม่ได้เป็นระบบบังคับ คือ จะซื้อแบบตั๋วเที่ยวหรือตั๋วเหมาก็ได้
ปัญหาคือ เขาอ้างว่ามันรั่วไหลและไม่คุ้ม (ที่ไม่คุ้มคือค่าพิมพ์ตั๋วใบละ 6 บาทนะ แต่ก็ดันพิมพ์ตั๋วแบบเดียวกันใช้กับรถตู้อันแสนภาคภูมิใจได้โดยไม่สะทกสะท้าน)

ส่วนเกิดอะไรขึ้น ไปตั้งเป็นคำถามใหม่ครับแล้วจะตอบ ผมไม่อยากตอบแตกประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับตารางค่าโดยสาร

Thank you

อืมม เพิ่งเข้าใจ ขอบคุณครับ

Best Price Sony KDL26L5000 LCD HDTV

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.