การจัดระบบการขนส่งมวลชนด้วยรถโดยสารประจำทางของประเทศไทย

เอกสาร: การจัดระบบการขนส่งมวลชนด้วยรถโดยสารประจำทางของประเทศไทย
เผยแพร่โดย: กรมการขนส่งทางบก
ที่มา: ดาวน์โหลดเอกสาร


ในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับรถโดยสารประจำทางของประเทศไทย จะเป็นการดำเนินการตามกฎหมายการขนส่งทางบก (พ.ร.บ.2522) โดยคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบก และมีคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติในเรื่องที่เกี่ยวกับรถโดยสารประจำทางในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

  1. กำหนดลักษณะของรถโดยสารประจำทาง
  2. กำหนดเส้นทาง จำนวนผู้ประกอบการขนส่ง จำนวนรถสำหรับการขนส่งประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร ระหว่างจังหวัด และระหว่างประเทศ
  3. กำหนดอัตราค่าโดยสาร การลดหย่อนค่าโดยสาร ค่าบริการที่เกี่ยวข้อง
  4. กำหนดสถานที่ จัดให้มีหรือจัดตั้ง และระเบียบเกี่ยวกับสถานีขนส่งผู้โดยสาร
  5. กำหนดชนิดหรือสภาพรถที่มิให้รับจดทะเบียน
  6. กำหนดประเภทหรือชนิดของรถที่ต้องเข้าหยุดหรือจอดเพื่อการรับส่งผู้โดยสารหรือขนส่งถ่ายสินค้า ณ สถานีขนส่ง
  7. กำหนดที่หยุดหรือจอดรถเพื่อรับส่งผู้โดยสาร
  8. วางมาตรการในการกำหนด อนุญาต เพิกถอนการอนุญาต และการควบคุมกิจการขนส่งทางบก
  9. ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายการขนส่งทางบกกำหนดไว้และตามมติคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบก

คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

  1. กำหนดเส้นทาง จำนวนผู้ประกอบการขนส่ง จำนวนรถสำหรับการขนส่งประจำทางในเขตจังหวัด
  2. กำหนดอัตราค่าโดยสารสำหรับการขนส่งประจำทางในเขตจังหวัด (โดยใช้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนดไว้)
  3. ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายการขนส่งทางบกกำหนดไว้ ตามมติคณะกรรมการนโยบายการ ขนส่งทางบก และคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง

กรมการขนส่งทางบกเป็นหน่วยงานของรัฐ สังกัดกระทรวงคมนาคม มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายขนส่งทางบก ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

  1. การกำกับ ควบคุม ดูแล จัดระเบียบรถโดยสารประจำทางให้จัดเดินรถในเส้นทางที่รับสัมปทานและปฏิบัติตามเงื่อนไขการเดินรถเกี่ยวกับ การรับส่งผู้โดยสารตามจุดจอดรถที่กำหนดไว้ในตารางการเดินรถการจัดเก็บค่าโดยสารตามราคาที่ทางราชการกำหนดไว้ การเข้าใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารในเส้นทางที่รับ
    สัมปทาน
  2. การกำหนด การปรับปรุงและยกเลิกเส้นทางรถโดยสารประจำทางการออก การต่ออายุและการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง
  3. การกำหนด ปรับปรุงเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนเที่ยว จำนวนรถ ลักษณะของรถที่ใช้ในการประกอบการขนส่ง
  4. การเสนอข้อมูลการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางให้กับคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  5. การกำหนดมาตรฐานของรถโดยสารประจำทาง
  6. การกำกับดูแลในเรื่องคุณภาพการให้บริการของผู้ประกอบการขนส่งที่มีต่อผู้โดยสาร
  7. การกำกับดูแลในเรื่องความปลอดภัยของรถโดยสารประจำทาง เช่น ความเร็วที่ใช้ในการขับรถ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการหยุดพักรถโดยสาร อายุของรถโดยสารประจำทาง เป็นต้น
  8. การควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ประจำรถและรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร
  9. การส่งเสริมและพัฒนาระบบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทางของประเทศ

หมวดรถโดยสารประจำทาง

คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางในการประชุมครั้งที่ 14/2523 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2523 ได้กำหนดเส้นทางการขนส่งประจำทางด้วยรถโดยสาร ดังนี้

การขนส่งประจำทางด้วยรถโดยสาร หมายถึง การขนส่งคนเพื่อสินจ้างตามเส้นทางที่คณะกรรมการกำหนด แบ่งเป็น 4 หมวด คือ

  1. เส้นทาง หมวด 1 หมายถึง เส้นทางการขนส่งประจำทางด้วยรถโดยสารประจำทางภายในเขตกรุงเทพมหานคร เทศบาล สุขาภิบาล เมืองและเส้นทางต่อเนื่อง
    หมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร หมายถึง เส้นทางการขนส่งประจำทางภายในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่องในเขตปริมณฑล โดยลักษณะเส้นทางการเดินรถส่วนใหญ่ผ่านถนนสายหลัก และถนนสายสำคัญที่เป็นบริเวณชุมชนที่อยู่อาศัยหนาแน่น แหล่งธุรกิจการค้า สถาบันการศึกษา สถานที่ราชการ เป็นต้น
    หมวด 1 ในส่วนภูมิภาค หมายถึง เส้นทางภายในเขตเทศบาล สุขาภิบาลเมืองในส่วนภูมิภาคมีลักษณะเส้นทางผ่านถนนสายหลักที่มีประชาชนอาศัยหนาแน่นรวมทั้งสถานที่สำคัญ ๆ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด สถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานที่ราชการ เป็นต้น
  2. เส้นทาง หมวด 2 หมายถึง เส้นทางการขนส่งประจำทางด้วยรถโดยสาร ซึ่งมีเส้นทางเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดในส่วนภูมิภาค
  3. เส้นทาง หมวด 3 หมายถึง เส้นทางการขนส่งประจำทางด้วยรถโดยสาร ซึ่งมีเส้นทางระหว่างจังหวัดหรือคาบเกี่ยวระหว่างเขตจังหวัดในส่วนภูมิภาค
  4. เส้นทาง หมวด 4 หมายถึง เส้นทางการขนส่งประจำทางด้วยรถโดยสาร ในเขตจังหวัด ซึ่งอาจจะประกอบด้วยเส้นทางสายหลักสายเดียว หรือเส้นทางสายหลักและเส้นทางสายย่อยซึ่งแยกออกจากเส้นทางสายหลักไปยังอำเภอ หมู่บ้าน หรือเขตชุมชน
    หมวด 4 ในเขตกรุงเทพมหานคร หมายถึง เส้นทางที่มีลักษณะเส้นทางเดินรถส่วนใหญ่ผ่านถนนสายรองและถนนในซอยที่เชื่อมต่อกับถนนสายหลัก มุ่งเน้นการให้บริการเชื่อมต่อกับเส้นทางรถโดยสารประจำทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร
    หมวด 4 ในส่วนภูมิภาค หมายถึง เส้นทางรถโดยสารภายในเขตจังหวัดเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนในเขตชุมชนต่าง ๆ คือ หมู่บ้าน อำเภอ และเมือง

ประเภทของผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง

ผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทางของในประเทศไทยมี 2 ประเภท คือ ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ และดำเนินการโดยเอกชน

  1. ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ
    • มี 2 หน่วยงาน คือ บริษัท ขนส่ง จำกัด และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ซึ่งดำเนินงานในลักษณะรัฐวิสาหกิจ คือ ภาครัฐจะถือหุ้น 51% และเอกชนถือหุ้น 49% และเส้นทางที่ได้รับอนุญาตให้จัดการเดินรถคือ บริษัท ขนส่ง จำกัด ในเส้นทาง หมวด 2 และหมวด 3 สำหรับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพอนุมัติให้จัดเดินรถในเส้นทาง หมวด 1 และหมวด 4 ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง (โดยดูข้อมูลได้ในเว๊บไซต์ http://www.transport.co.th และ http://www.bmta.co.th)
  2. ดำเนินการโดยเอกชน
    • อนุมัติให้จัดเดินรถในเส้นทาง หมวด 1 และหมวด 4 ในจังหวัดส่วนภูมิภาค และเส้นทาง หมวด 1 และหมวด 4 ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่องในบางเส้นทาง และเส้นทางหมวด 3

นโยบายในการกำหนดอัตราค่าโดยสารสำหรับรถโดยสารประจำทางในประเทศไทย

โดยภาครัฐจะเป็นผู้กำหนดนโยบายในการควบคุมในเรื่องราคาและการปรับราคาค่าโดยสาร การกำหนดอัตราค่าโดยสารจะคิดจากต้นทุนการเดินรถโดยสารประจำทาง โดยมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญเกี่ยวกับหมวดรถ มาตรฐานของรถ สภาพของถนน(ทางลาดยาง คอนกรีต ถนนลุกรัง ทางขึ้นเขา) ระยะทางการเดินรถ อายุของตัวรถโดยสาร เป็นต้น เป็นตัวแปรที่สำคัญในการนำมาคำนวณหาต้นทุนค่าโดยสาร โดยมีหลักเกณฑ์และแนวคิด ดังนี้

แนวคิดหลักในการวิเคราะห์ต้นทุนและการกำหนดอัตราค่าโดยสาร

แนวคิดในการวิเคราะห์ต้นทุน

เนื่องจากแนวทางในการวิเคราะห์ต้นทุนมีอยู่หลายแนวทาง แต่ทุกแนวทางมาจากพื้นฐานเดียวกันคือการพิจารณาว่าปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อต้นทุนการดำเนินการในกิจกรรมเรื่องนั้นๆ และปัจจัยดังกล่าวนั้นมีผลต่อต้นทุนในกิจกรรมดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างไร แนวทางการวิเคราะห์ต้นทุนสามารถสรุปได้ดังนี้

  1. การวิเคราะห์ต้นทุนกิจกรรม ABC (Activity-Based Costing) คือ เป็นการวิเคราะห์ต้นทุนในการดำเนินการเฉพาะหน้าในปัจจุบัน
  2. ต้นทุนทางบัญชี คือ ต้นทุนทางบัญชีที่เกิดขึ้น
  3. การวิเคราะห์โครงการลงทุน เป็นการวิเคราะห์เงินลงทุนในปัจจุบัน รวมทั้งประมาณการรายรับและค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตตลอดอายุโครงการ ซึ่งต้องมีระยะเวลาคืนทุน และอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่เหมาะสม

จากแนวคิดทางด้านวิเคราะห์ต้นทุนการขนส่งทั้ง 3 แบบ กรมการขนส่งทางบกได้ใช้แนวคิดในลักษณะของการวิเคราะห์โครงการ ทำการวิเคราะห์ต้นทุนการเดินรถโดยสาร เนื่องจากการเดินรถเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง และผู้ประกอบการขนส่งไม่สามารถประกอบธุรกิจให้คุ้มทุนได้ ภายในระยะเวลา 1 หรือ 2 ปี แต่จะคุ้มทุนต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 – 7 ปี หรือบางรายอาจนานกว่านั้น ดังนั้นการวิเคราะห์ต้นทุนในลักษณะของการวิเคราะห์โครงการ ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ต้นทุนตลอดอายุของการดำเนินโครงการ จึงเหมาะสมกว่าการวิเคราะห์ต้นทุนแบบ 2 ลักษณะแรก ซึ่งเป็นการพิจารณาต้นทุนเฉพาะวันที่ทำการวิเคราะห์เท่านั้น

แนวคิดด้านประสิทธิภาพการขนส่งและการผลักภาระต้นทุน

ในธุรกิจที่มีการผูกขาด ต้นทุนที่เกิดขึ้นจะถูกผลักไปให้ผู้บริโภคเป็นผู้รับภาระ ในทางกลับกันธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบธุรกิจจะเป็นผู้รับภาระนั้น เนื่องจากผู้บริโภคมีทางเลือกในการเลือกใช้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการมากที่สุด
ในการประกอบการขนส่ง ผู้ประกอบการแต่ละรายจะมีต้นทุนที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการรายใดใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะมีต้นทุนต่ำ แต่ถ้าผู้ประกอบการรายใดใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีประสิทธิภาพต้นทุนจะสูง ดังนั้นภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากการใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการควรเป็นผู้รับภาระของต้นทุนในส่วนนั้นไว้เองไม่ควรให้ผู้ใช้บริการเป็นผู้แบกรับภาระส่วนนั้นไว้

แนวคิดด้านการจัดสรรทรัพยากร

เนื่องจากทรัพยากรเป็นปัจจัยที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ความต้องการมีอยู่อย่างไม่จำกัดการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมในแต่ละกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ ทำให้เศรษฐกิจมั่งคั่งและมั่นคง ซึ่งราคาจะเป็นตัวกำหนดหลักในการใช้ทรัพยากร ดังนั้นถ้าราคามีความเหมาะสมจะทำให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างเหมาะสมด้วย เช่นกัน

แนวคิดด้านราคา

การกำหนดราคามีทฤษฎีให้ศึกษาหรือเรียนกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่โดยสรุปแล้วการกำหนด 2 แบบด้วยกัน คือ การกำหนดราคาจากต้นทุน และการกำหนดราคาจากอุปสงค์และอุปทาน

  1. การกำหนดราคาจากต้นทุน
    การนำต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการผลิตหรือบริการมากำหนดราคาของสินค้าหรือบริการ ตัวอย่างของการกำหนดราคาดังกล่าว ได้แก่ ค่าก่อสร้าง ราคาปูนซีเมนต์ และสินค้าอุตสาหกรรมโดยทั่วไป
  2. การกำหนดราคาจากอุปสงค์และอุปทาน
    เป็นการกำหนดราคาจากอุปสงค์และอุปทานของสินค้านั้น ถ้าสินค้าใดมีปริมาณน้อยแต่มีคนต้องการมากราคาจะสูง ถ้าสินค้าใดมีปริมาณมากแต่ความต้องการมีน้อยราคาจะต่ำ การกำหนดราคาสินค้าในลักษณะดังกล่าวจะเป็นสินค้าที่มีการแข่งขันเสรี มีผู้ผลิตและผู้ซื้อมากราย เช่น สินค้าการเกษตร ซึ่งไม่สามารถนำต้นทุนมากำหนดราคาได้ตามความต้องการของผู้ผลิต

แนวคิดด้านการกำหนดอัตราค่าโดยสาร

การกำหนดอัตราค่าโดยสารสามารถกำหนดได้จากดุลยภาพของอุปสงค์และอุปทาน และจากต้นทุนการขนส่ง แต่ทางราชการจะกำหนดจากต้นทุนการขนส่ง เพราะการกำหนดจากอุปสงค์และอุปทานเป็นเรื่องของกลไกราคาในตลาดแข่งขันเสรี แต่การขนส่งผู้โดยสารประจำทางเป็นตลาดผูกขาด
จากแนวคิดดังกล่าว การกำหนดราคาค่าโดยสารจึงกำหนดจากการวิเคราะห์ต้นทุนการขนส่งในลักษณะของการวิเคราะห์โครงการ ภายใต้การใช้รถอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากทางราชการจะออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางแต่ละเส้นทางให้กับผู้ประกอบการเพียงรายเดียว การขนส่งผู้โดยสารประจำทางจึงไม่ได้เป็นการแข่งขันแบบเสรี ดังนั้นกรอบของการกระจายอำนาจจึงกำหนดให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดต้องทำการกำหนดค่าโดยสาร จากการวิเคราะห์ต้นทุนในลักษณะของการวิเคราะห์โครงการ ภายใต้การใช้รถอย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนด

Submitted by ezybzy on Tue, 2007-11-27 15:59.
categories [ ]

Perfect

เยี่ยม รู้สึกว่า ที่เรียนมา มันได้ใช้แล้วแฮะ

ขอบคุณมากครับ

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.