กฎหมายว่าด้วย คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบก

จากข่าวที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกออกมาให้ข่าวว่ากรมฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปรับขึ้นอัตราค่าธรรมเนียม/ค่าโดยสาร ผมก็เลยลองค้นหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และนี่คือสิ่งที่ผมค้นมาได้

ที่มา: พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒


หมวด 2
คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบก

มาตรา 16 ให้มีคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางคณะหนึ่ง ประกอบด้วยปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้แทน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือผู้แทน เลขาธิการเร่งรัดพัฒนาชนบทหรือผู้แทน อธิบดีกรมตำรวจหรือผู้แทน อธิบดีกรมทางหลวงหรือผู้แทน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้แทน นายกสมาคมผู้ประกอบการเดินรถโดยสารประจำทางหรือผู้แทน เป็นกรรมการ และผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกินสามคนเป็นกรรมการ ทั้งนี้โดยให้มีผู้มีความรู้และมีความจัดเจนในการขนส่งรวมอยู่ด้วย

ให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ

ให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง แต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการได้ตามความจำเป็น

(มาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 แก้ไขชื่อตำแหน่ง จากเลขาธิการเร่งรัดพัฒนาชนบทหรือผู้แทนเป็นอธิบดีกรมทางหลวงชนบทหรือผู้แทน มีผลตามกฎหมายโดย ไม่ต้องแก้ไข พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 อีก)

(แก้ไขข้อความ: เพิ่ม นายกสมาคมผู้ประกอบการเดินรถโดยสารประจำทางหรือผู้แทน)

มาตรา 17 ให้มีคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดทุกจังหวัด ยกเว้น กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ อัยการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง ทางหลวงชนบทจังหวัด หอการค้าจังหวัด เป็นกรรมการ และผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกินห้าสามคน โดยมีนายกเทศมนตรีในจังหวัดนั้นรวมอยู่ด้วยหนึ่งคนเป็นกรรมการ

ให้ขนส่งจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ

ให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการได้ตามความจำเป็น

(แก้ไขเพิ่มข้อความ: นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง ทางหลวงชนบทจังหวัด หอการค้าจังหวัด และเปลี่ยนจำนวนผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกินห้าคน เป็น สามคน)

มาตรา 18 ให้นำมาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 และมาตรา 13 มาใช้บังคับแก่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง และคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดโดยอนุโลม

มาตรา 19 ให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) กำหนดลักษณะของการขนส่งประจำทางและการขนส่งไม่ประจำทาง
(2) กำหนดเส้นทาง จำนวนผู้ประกอบการขนส่ง และจำนวนรถสำหรับการขนส่งประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร ระหว่างจังหวัด และระหว่างประเทศ
(3) กำหนดจำนวนผู้ประกอบการขนส่งและจำนวนรถสำหรับการขนส่งไม่ประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร ระหว่างจังหวัด และระหว่างประเทศ
(4) กำหนดเส้นทาง จำนวนผู้ประกอบการขนส่ง และจำนวนรถสำหรับการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก
(5) กำหนดจำนวนผู้ประกอบการรับจัดการขนส่ง
(6) กำหนดอัตราค่าขนส่งและค่าบริการอย่างอื่นในการขนส่ง
(7) กำหนดอัตราค่าบริการในการดำเนินการของสถานีขนส่ง
(8) กำหนดสถานที่ จัดให้มีหรือจัดตั้งและระเบียบเกี่ยวกับสถานีขนส่ง
(9) กำหนดชนิดหรือสภาพรถที่มิให้รับจดทะเบียน
(10) กำหนดประเภทหรือชนิดของรถที่ต้องเข้าหยุดหรือจอดเพื่อการรับส่งผู้โดยสารหรือขนถ่ายสินค้า ณ สถานีขนส่ง
(11) กำหนดที่หยุดหรือจอดรถเพื่อรับส่งผู้โดยสาร
(12) วางมาตรการในการกำหนด อนุญาต เพิกถอนการอนุญาต และการควบคุมกิจการขนส่งทางบก
(13) ปฏิบัติการอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และตามมติคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบก

การกำหนดตาม (2) (3) (4) (8) (9) และ (10) ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 20 ให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ภายในเขตจังหวัด ดังต่อไปนี้

(1) กำหนดเส้นทาง จำนวนผู้ประกอบการขนส่ง และจำนวนรถสำหรับการขนส่งประจำทาง
(2) กำหนดจำนวนผู้ประกอบการขนส่ง และจำนวนรถสำหรับการขนส่งไม่ประจำทาง
(3) กำหนดเส้นทาง จำนวนผู้ประกอบการขนส่ง และจำนวนรถสำหรับการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก
(4) กำหนดอัตราค่าขนส่งและค่าบริการอย่างอื่นในการขนส่ง
(5) ปฏิบัติการอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และตามมติคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบกและคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง

การกำหนดตาม (1) และ (4) เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางแล้วจึงจะใช้บังคับได้ และการกำหนดตาม (1) (2) และ (3) ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 21 คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางมีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้

ให้นำมาตรา 12 และมาตรา 13 มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา 22 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการการขนส่งทางบกเพื่อ ประโยชน์ในการนี้จะสั่งให้คณะกรรมการชี้แจงข้อเท็จจริงแสดงความคิดเห็นหรือ ทำรายงานหรือยับยั้งการกระทำใด ๆ ซึ่งขัดต่อนโยบายของรัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนมีอำนาจสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินงานได้

เจอแบบนี้ ข้ออ้างเป็นอันตกไป 555

กรมไม่เกี่ยวฯ แต่อธิบดีเกี่ยว

ดังนั้นถ้าฟ้องร้อง ก็ฟ้องคณะกรรมการฯ อธิบดีฯ ในฐานะเกี่ยวตรงๆ และกรมฯ ในฐานะที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.